
ผดร้อน คืออะไร?
ผดร้อน (Heat Rash หรือ Miliaria) เป็นปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยในเด็ก มักพบในทารก และเด็กเล็กเนื่องจากการทำงานของต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ ผดร้อนมักขึ้นในวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ในเด็กทารกที่ส่องไฟรักษาภาวะตัวเหลือง การห่มผ้าหนา การห่อตัว คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจสงสัยว่าเด็กอยู่ในห้องแอร์ตลอดแต่ทำไมยังเป็นผื่นผดร้อนได้ ? สาเหตุที่พบบ่อยมักเป็นเพราะอาจใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อหนา หรือชุดหมี ชุดบอดี้สูท ห่มผ้าหนา ซึ่งไม่ระบายอากาศ ไม่ระบายเหงื่อ, หรือตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 27 C ขึ้นไป จึงเป็นสาเหตุให้เกิดผดร้อนได้, สำหรับเด็กโตมักเป็นหลังวิ่งเล่นมีเหงื่อออกมาก
สาเหตุของ ผดร้อน
ผดร้อนเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เหงื่อระบายออกไม่สะดวก ได้แก่
• อากาศร้อนและความชื้นสูง 🌤️
• ใส่เสื้อผ้าที่หนาแน่นหรือระบายอากาศไม่ดี 💧
• การออกกำลังกายหรือเล่นกลางแจ้งจนเหงื่อออกมาก 🏃➡️
• เด็กทารกมีต่อมเหงื่อที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงมีโอกาสเกิดผดร้อนได้ง่าย 👶🏻
ประเภทของ ผดร้อน
ผดร้อนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักขึ้นกับตำแหน่งที่อุดตันของต่อมเหงื่อ ได้แก่:
1. ผดใส (Miliaria Crystallina)
• เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อที่อยู่ส่วนบนของชั้นหนังกำพร้า ส่วนใหญ่พบในเด็กทารก
• เป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก ผิวบางแตกง่าย ไม่มีอาการอักเสบ
• มักพบบริเวณหน้า ลำตัว
• ไม่ทำให้คันและมักหายเองภายในไม่กี่วัน
2. ผดแดง (Miliaria Rubra)
• เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อที่อยู่ส่วนล่างของชั้นหนังกำพร้า
• เป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ และมักมีอาการคันร่วมด้วย
• พบมากบริเวณข้อพับ คอ หลัง และหน้าอก
• ทำให้เด็กไม่สบายตัว อาจมีอาการแสบหรือระคายเคือง
3. ผดลึก (Miliaria Profunda)
• เป็นตุ่มสีแดงหรือสีเนื้อที่เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อระดับลึก
• พบได้น้อยในเด็ก แต่มักเกิดในผู้ที่เผชิญกับอากาศร้อนเป็นเวลานาน
• อาจทำให้ผิวแห้งลอกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

อาการของผดร้อนในเด็ก
• มีตุ่มเล็ก ๆ สีแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นตามร่างกาย
• คัน ระคายเคือง หรือรู้สึกแสบผิว
• เด็กอาจหงุดหงิดและร้องไห้บ่อยเนื่องจากความไม่สบายตัว
• ผิวหนังบริเวณที่มีผดร้อนอาจอักเสบหากมีการเกาหรือสัมผัสสิ่งสกปรก
วิธีป้องกันและดูแลผดร้อนในเด็ก
1. ให้เด็กอยู่ในที่อากาศถ่ายเทดี หรือห้องแอร์ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
2. เลือกเสื้อผ้าที่บางและระบายอากาศได้ดี ควรเป็นผ้าฝ้ายที่ช่วยซับเหงื่อ ควรงดใส่ชุดหมีหรือบอดี้สูท ไม่ควรห่มผ้าหนาเกินไป
3. อาบน้ำให้ลูกบ่อยขึ้น อาบน้ำเพิ่มช่วงกลางวัน โดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติและสบู่สำหรับเด็กผิวแพ้ง่ายอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม
4. ซับเหงื่อออกจากร่างกายเป็นระยะ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อบ่อยๆ หรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบผื่น และใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดตัว
5. หลีกเลี่ยงการใช้แป้งฝุ่น เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน
6. ให้เด็กดื่มน้ำเพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น
7. ถ้าเป็นผื่นเล็กน้อยสามารถหายได้เอง ถ้าอักเสบมากควรพบแพทย์ แพทย์จะประเมินอาการ ซึ่งบางรายอาจต้องใช้ยาทาลดอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์อ่อนๆ หรือทาโลชั่นที่ช่วยลดการอักเสบของผื่น, ผื่นมักเป็นๆ หายๆ ตามอากาศร้อน, เสื้อผ้าที่ใส่ และกิจกรรมของเด็กครับ
เมื่อไหร่ควรพาเด็กไปพบแพทย์?
แม้ว่าผดร้อนมักไม่เป็นอันตรายและหายเองได้ภายในไม่กี่วัน แต่หากพบอาการต่อไปนี้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที
🚨ผดร้อนมีอาการอักเสบ บวมแดง หรือมีหนอง
🚨เด็กมีไข้สูงร่วมกับผดร้อน
🚨ผิวหนังแห้งลอกหรือมีแผลพุพอง
🚨เด็กมีอาการซึมลงหรือไม่กินน้ำและอาหาร
🎯🎯 สรุป
ผดร้อนในเด็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน การดูแลให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทดี ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และรักษาความสะอาดของร่างกาย จะช่วยลดโอกาสเกิดผดร้อนได้ หากมีอาการรุนแรงหรือมีการติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
บทความโดย
นพ. ณัฐพล ธรรมสกุลศิริ แพทย์ผิวหนังเด็ก
โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม…

ปรึกษาคุณหมอผิวหนังเด็กฟรี
นพ. ณัฐพล ธรรมสกุลศิริ
รพ. พญาไทศรีราชา
เข้ากลุ่มปรึกษา คลิกเลย…
ผลิตภัณฑ์แนะนำ
สั่งซื้อคลิกเลย/Buy
